บ.เทคทั่วโลกเลิกจ้างแล้วเกือบแสนตำแหน่ง ตั้งแต่ต้นปี 2022 เซ่นพิษ ศก. ไม่แน่นอน

ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างหนัก อันเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

สังคม ข้อมูลล่าสุด (4 พ.ย.) จาก Layoff.fyi Tracker รายงานว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2022 จนถึงปัจจุบันบริษัทด้านเทคโนโลยีตั้งแต่สตาร์ทอัพขนาดเล็กไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่มีการเลิกจ้างพนักงานรวมแล้วกว่า 99,251 ตำแหน่ง จาก 743 บริษัททั่วโลก โดยช่วงเวลาที่มีการเลิกจ้างมากที่สุดจะเป็นช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นมา

สังคม ภาวะเศรษฐกิจ

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เหล่าบริษัทเทคโนโลยีต่างได้ขึ้นเป็นผู้นำเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สามารถช่วยยกระดับตลาดหุ้นได้ แม้ในวันที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่เมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้จากการรายงานผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอที่รับผลกระทบมาจากเศรษฐกิจโลก อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทโซเชียลมีเดียที่ต้องเผชิญกับเม็ดเงินโฆษณาที่ลดน้อยถอยลงในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะสังเกตได้ว่า Meta ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ และปรับลดจำนวนพนักงานลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการก่อตั้งบริษัทมาในปี 2004 ได้ชะลอการจ้างงานลงเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว

Alphabet บริษัทแม่ของ Google ก็ได้ประกาศว่าจะชะลอการจ้างงานตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่จะเกิดขึ้น

ขณะที่ Snapchat ก็ได้มีการเลิกจ้างพนักงานกว่า 20% ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลในแบบเดียวกัน

นอกจากนี้ยังมี Coinbase ที่แม้ว่าอาจจะมีความหวังจากความนิยมของนักลงทุนในการเข้าสู่อุตสาหกรรม Web3 แต่ต้องเบรกเมือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ภาวะซบเซา ก็ได้ประกาศชะลอการจ้างงานและเลิกจ้างในเวลาเดียวกัน

ทั้งนี้ยังมี Big Tech อย่าง Amazon ได้ชะลอการจ้างงานเพิ่ม หลังจากเพิ่มจำนวนพนักงานเป็นสองเท่าในปี 2020 และ 2021 โดยรวมแล้ว บริษัทจ้างพนักงาน 1.5 ล้านคน ณ สิ้นไตรมาสที่สามปีนี้ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น พร้อมกับได้เตือนนักลงทุนว่ารายได้ของบริษัทอาจเติบโตช้าสุดในรอบสองทศวรรษ

ข่าวเเนะนำ ที่น่าสนใจ : ‘ไอคอนสยาม’ ผนึก ‘BMW’

เปิดโพสต์สุดท้าย สาวประธานบริษัท คาดเป็นศพถูกฆ่ายัดกระเป๋า

เปิดโพสต์สุดท้าย สาวประธานบริษัท คาดเป็นศพถูกฆ่ายัดกระเป๋า ลูกสาว 5 ขวบหายตัว

ความคืบหน้ากรณีพบศพหญิงสาว ถูกฆาตกรรมฆ่ายัดกระเป๋าเดินทางล้อลาก ลอยอืดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ภายหลัง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธาตุพนม รวมถึงเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้มีการตรวจสอบชันสูตรศพเบื้องต้น พบเป็นหญิง อายุ ประมาณ 25-30 ปี ความสูงประมาณ 160 เซนติเมตร ผิวขาว สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนม เชื่อว่าพอมีฐานะ ถูกยัดกระเป๋าในสภาพนั่งก้มหน้าคุดคู้ ไม่มีเชือกมัดมือมัดเท้า พบบาดแผลบนใบหน้า ในสภาพขึ้นอืด ไม่สามารถดูรูปพรรณสัณฐานได้จากการตรวจสอบข้อมูล จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธาตุพนม ท้องที่เกิดเหตุ พบว่า มีญาตินักธุรกิจชาวลาว จากนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ติดต่อประสาน เพื่อเดินทางมาตรวจสอบรูปพรรณสัณฐาน รวมถึงผลชันสูตรศพผู้เสียชีวิต เชื่อว่าเป็นญาติที่สูญหายไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังรอการยืนยันตัวตน

ข่าวสังคม

โดยทางตำรวจมั่นใจว่า ผู้ตายเป็นหญิงชาวลาว อายุประมาณ 40 ปี ทราบชื่อคือ นางวิภาพร เป็นประธานบริษัทเอกชนรายใหญ่ ด้านธุรกิจก่อสร้าง ในนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ซึ่งญาติติดต่อแจ้งว่าสูญหาย และรอเดินทางมายืนยันตัวตน

นอกจากนี้ยังพบรถยนต์เบนซ์ของผู้ตายถูกทิ้งลงน้ำโขง เป็นเบาะแสข้อมูลเชื่อว่าเหตุเกิดในพื้นที่ สปป.ลาว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ลูกสาวอายุ 5 ขวบของผู้ตาย ยังคงหายตัวไป ยังหาไม่พบพ.ต.อ.ถวิล คำเกษ ผกก.สภ.ธาตุพนม เปิดเผยว่า หลังส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช จ.ขอนแก่น ผลชันสูตรการถูกทำร้ายพบว่า มีบาดแผลถูกทุบตีด้วยของแข็งบริเวณใบหน้า นอกจากนี้ยังมีร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด กระสุนไม่ทราบขนาดฝังอยู่บริเวณศีรษะ 2 นัด จากการสอบสวนเชิงลึกพบว่า ถูกฆาตกรรมมาจากประเทศเพื่อนบ้าน นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาวส่วนสาเหตุปมการฆาตกรรม ยังไม่รู้ที่มา เนื่องจากทางตำรวจไทยไม่มีอำนาจการสอบสวนระหว่างประเทศ และยังรอผลการตรวจดีเอ็นเออีกรอบ ที่ส่งตรวจละเอียดที่สถาบันนิติเวช กทม.ทางพนักงานสอบสวน มีอำนาจหน้าที่ในการยืนยันตำหนิรูปพรรณกับญาติ โดยมั่นใจว่าผู้เสียชีวิตเป็นคนเดียวกันกับผู้ที่ญาติระบุสูญหาย หากญาติมายืนยันติดต่อรับศพทางตำรวจจะได้ส่งมอบตามขั้นตอน และมอบให้ทางการลาว ดำเนินตามขั้นตอนต่อไป ไม่มีอำนาจในการสอบสวนปมฆาตกรรมขณะที่ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของสาวประธานบริษัท ที่คาดว่าจะเป็นผู้ตายนั้น จากการตรวจสอบพบว่า โพสต์สุดท้ายถูกโพสต์ไว้เมื่อวันที่ 4 กันยายน โดยข้อความเขียนเป็นภาษาไทยระบุว่า

ระวัง ! “คนชั่ว” ที่ปลอมตัวเข้ามาตีสนิททำเหมือน “เพื่อน” แต่ “ไม่ใช่เพื่อน”
ทำเป็น “รัก” แต่ “ไม่ได้รัก”ในวันที่หาประโยชน์จากเราได้
คนพวกนี้จะดีกับเรามากแต่เมื่อไหร่ที่เราต้องการความช่วยเหลือ คนพวกนี้จะหายหัวทันที
บางคน …สะกดคำว่า “จริงใจ” ไม่เป็น
ตอแหล หลอกลวง ตลบแตลง เห็นแก่ตัวทำได้ทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด
จะเรียกใครว่า “เพื่อน”ดูให้นาน มองให้ขาด
…อย่าเพิ่งรีบให้ใจ
บางครั้ง …ความใจดี ความโลกสวย คือ “โอกาส” ในสายตา “คนชั่ว”
“ใจแลกใจ” ใช้ไม่ได้ กับทุกคนกว่าจะรู้ เราอาจต้องสูญเสียทุกอย่าง
เพราะ “งูพิษ” กับ “มิตรปลอม” แว้งกัดเราได้ … ไม่ต่างกัน !